วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2568

เรื่องเล่าจากห้องเรียนคลาสพิเศษ ว่าด้วยเรื่องครูจะให้ลูกเราไปเรียนโรงเรียนเฉพาะเด็กพิเศษ

เพราะเราเชื่อว่าลูกเรา (ถึงจะเป็นเด็กพิเศษ) สามารถพัฒนาได้  

เราเลยตั้งใจให้เข้าต่อม.ต้นที่โรงเรียนปกติ แต่คลาสห้องเรียนพิเศษเหมือนตอนประถม

แล้วเราก็บอกความตั้งใจนี้ให้กับครูประจำชั้นให้เขาได้รับรู้ไปแล้ว แต่...ครูประจำชั้นจะอะไรกับครอบครัวเราก็ไม่รู้ ตั้งแต่เดือนต.ค. ปีที่ผ่านมา (2025) ก็มาบอกว่าจะขอคุยเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนม.ต้น เราก็อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องโรงเรียนปกติอยู่แล้ว ก็เลยนัดสามี นัดวันเวลาที่สะดวก ปรากฏว่า พอถึงวันเวลาที่นัด พวกเราเข้าไปในห้อง มีครูมานั่งอยู่ด้วย 3 คน (หัวหน้าครู ครูประจำชั้น ครูที่ย้ายมาจากโรงเรียนม.ต้น)  สรุปใจความที่คุยกันวันนั้นก็คือหัวหน้าครูบอกว่า “ลูกเราไม่เหมาะที่จะเรียนม.ต้น ที่โรงเรียนปกติ ควรจะไปเรียนที่โรงเรียนเฉพาะ เพราะถ้าพวกเราไม่อยู่แล้วเขาจะดูแลตัวเองยังไง บลา ๆๆๆ”

และในช่วงเวลาเดือนนั้น  ครูประจำชั้นยังนัดเราว่าจะให้คุยกับครู (ตอนนั้นไม่รู้ว่าครูจากที่ไหน) แล้วก็ยื่นเอกสารมาให้กรอก แล้วก็บอกให้พวกเราเอาเอกสารนี้ไปในวันนั้นด้วย เราเปิดเอกสารดู เอ๊ะ แล้วก็ถามครูประจำชั้นว่า “นี่เป็นเอกสารการสมัครเรียนที่โรงเรียนเฉพาะหรือเปล่า” ครูบอกไม่ใช่ แต่ด้วยความที่คลุมเครือมาก สามีเราก็เลยไม่กรอกไป พอถึงวันที่นัด (ครั้งที่ 2) (นัดข้างบนครู 3 คน เป็นครั้งที่ 1) พวกเราก็ไปนะ แต่ไม่รู้สถานที่ เข้าใจว่าเป็นในโรงเรียน ก็เลยถามเพื่อความชัวร์กับครูประจำชั้น ครูก็บอกที่นี่ 16.30 น. พวกเราก็รอ แต่ไม่เห็นครู สรุปครูไปรอที่โรงเรียนเฉพาะแล้ว ก็เลยเกิดการคลาดเคลื่อนเรื่องสถานที่ เลยทำให้ไม่ได้คุยกับครูของโรงเรียนเฉพาะ ซึ่งเรารู้สึกโชคดีมาก ๆ ที่เกิดการคลาดเคลื่อนแบบนี้ เพราะเหมือนถูกมัดมือชกไปแล้วว่าลูกเราต้องเข้าเรียนที่นี่ มิหนำซ้ำเรื่องที่คลาดเคลื่อนเรื่องสถานที่นี้ ครูประจำชั้น หรือครูหัวหน้าก็ไม่รู้ เขียนรายงานให้กับผู้ใหญ่ฟังว่า 「พวกเราไม่ไปตามนัด」(พวกเรามารู้ทีหลัง เพราะมีเรื่องใหม่เกิดขึ้น จนทำให้เราไปปรึกษาศูนย์ที่ดูแลเรื่องเด็กไม่อยากไปโรงเรียน แล้วเขาบอกมา)  ทำให้ยิ่งรู้สึกหมดความเชื่อใจ หมดความเชื่อถือกับครูคลาสห้องเรียนพิเศษนี้ไปเลย

หลังจากนั้นวันนั้น ครูประจำชั้นก็เปลี่ยนการบ้านเป็นของระดับอนุบาล หรือของป.1 ให้ลูกชายเรา เราเห็นแบบนี้คิดเลยอยากให้ย้ายโรงเรียนมาก ๆ แต่ที่ญี่ปุ่นจะย้ายโรงเรียนต้องย้ายบ้าน (ระบบเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน) เงื่อนไขนี้ก็ยากอ่ะ เลยปรึกษาครูแนะแนวที่ให้คำปรึกษาเรื่องจิตวิทยาเด็กในโรงเรียน ว่าถ้าเป็นแบบนี้สามารถคุยกับใครได้บ้าง ครูแนะแนวก็แนะนำมา เราก็เลยขอนัดคุยกับรองครูใหญ่ ว่าครอบครัวเราถูกครู 3 คนนั้นมาพูดแบบนี้ ๆ เปลี่ยนการบ้านเป็นแบบนี้ ๆ  ใจจริงคิดอยากย้ายโรงเรียนด้วย แต่เป็นไปไม่ได้ สุดท้ายคุยกันที่การบ้านกลับมาเหมือนเดิมของตอนที่เคยทำตอนภาคเรียนที่ 1 (ก็คือของป.3-ป.4) ส่วนเรื่องจะเรียนต่อที่ไหน ครอบครัวเราก็บอกชัดเจนเลยว่าอยากจะให้ต่อโรงเรียนปกติ เขาเรียนได้หรือไม่ได้ก็อยากให้เขาได้ลองดู เพราะพวกเราเชื่อว่าลูกเราสามารถพัฒนาได้ แต่อาจจะใช้เวลานานกว่าเด็กคนอื่น ๆ

รองครูใหญ่เขาก็พูดดีนะว่า “ทางครูอาจจะเห็นว่าลูกเราเหมาะกับที่โรงเรียนเฉพาะ เลยเสนอไป แต่สุดท้ายการตัดสินใจก็คือผู้ปกครอง”  

สรุปเราก็ตั้งใจเหมือนเดิม คือให้ลูกชายเราต่อม.ต้น โรงเรียนปกติ อนาคตไม่มีใครรู้ สำหรับเราทำวันนี้ให้ดีที่สุด ถ้าสุดท้ายเขาเรียนไม่ได้ ไปต่อไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ก็รอให้ถึงวันนั้นก่อน

เล่ามาซะยาวเลย  ขอบคุณที่ติดตามนะคะ  🙏☺️

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น