วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เตรียมของเด็ก - หมวดเตียงนอน และอื่น ๆ

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อที่นอนให้เจ้าหนู เรากับคุณซูนี่คิดหนักเหมือนกัน เพราะเพื่อนคุณซูส่วนใหญ่ที่มีประสบการณ์มีลูกมาแล้วก็จะบอกว่าเตียงไม่ได้ใช้ สุดท้ายทำเป็นที่ตากผ้าเอย ส่วนใหญ่จะให้ลูกนอน Futon (ก็คือให้นอนฟูกกับพื้น)  กัน แต่พอถามทางบ้านเราหรือญาติ ๆ ของเราที่ไทย ส่วนใหญ่ก็จะให้นอนเตียงเด็กกัน หรือไม่ก็นอนเตียงเดียวกับพ่อแม่ ก็เลยมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่สรุปสุดท้ายเรากับคุณซูก็เลือกซื้อเป็นเตียงเด็ก เพราะที่นอนเรากับคุณซูเป็นเตียง ถ้าเลือกเป็น Futon ก็เท่ากับว่าเราต้องมานอน Futon กับลูกด้วย เตียงก็จะไม่มีคนนอน แต่ว่าเรากับคุณซูไม่ได้เลือกเตียงที่ทำจากไม้ พอดีไปเห็นเตียงที่พับเก็บพกพาได้ ก็เลยตัดสินใจเลือกแบบนี้ พอเจ้าหนูโตไม่ได้ใช้แล้วก็จะได้พับเก็บได้เป็นการประหยัดพื้นที่ที่บ้านด้วย
แต่พอจะซื้อเข้าจริง ๆ ที่ Akachanhonpo ไม่มีของ งานเข้าแล้ว เลยลองหาดูในเว็บของ Toysrus ปรากฏว่ามีขายแบบนี้เหมือนกัน ก็เลยไปดูเลย ดีที่ยังมีของ แล้วก็ยังมีสีที่เราอยากได้ (แต่หลังจากนั้น หลายวันผ่านไป เรากับคุณซูไปดูของอย่างอื่น ปรากฏว่าที่ Toysrus ที่เราซื้อเตียง ไม่มีสต็อกเตียงแล้ว มีแต่ที่โชว์อยู่ โชคดีจัง ไม่รู้ว่าขายดีเกิน หรือว่าขายไม่ดีโรงงานเลยไม่ผลิตก็ไม่รู้)

หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้ของ Aprica   รุ่น Coconel ราคาที่ซื้อรวม VAT 21,598 เยน





ขอบคุณรูปจาก Google

จากนั้นก็มาดูฟูกที่จะปูที่เตียง ถ้าของ Aprica เอง (ตามตัวอย่างที่ร้านโชว์) ราคา 2 หมื่นกว่าเยนแหน่ะ ก็เลยซื้อยี่ห้ออื่นที่ไซส์เหมือนกัน เลยได้แบบนี้มาเป็นเซ็ท ที่ร้าน Akachanhonpo ราคา 15,800 เยน


ในเซ็ทนี้ก็จะมีของอยู่ 6 ชิ้น
1. ฟูกที่นอน
2. ปลอกสำหรับฟูกที่นอน
3. ผ้าห่มนวม
4. ปลอกผ้าห่มนวม
5. หมอน
6. ปลอกหมอน

แล้วก็ซื้อผ้ารองกันเปื้อนที่นอนมา 2 ผืน ผืนละ 1,007 เยน



จากนั้นก็ซื้อผ้าปูรองกันน้ำ (เราเอามากันฉี่) มา 2 ผืน ผืนละ 801 เยน



แล้วก็หมอนหลุม 1,007 เยน




ทั้ง 3 อย่างซื้อที่ Akachanhonpo



ส่วนของอื่น ๆ ที่ว่าก็จะเป็นลิ้นชักพลาสติกสำหรับเก็บผ้า เสื้อผ้าของเจ้าหนู

ก็น่าจะเตรียมครบหมดแล้ว (มั้งนะ)


สรุปยังไม่ครบ 555 วันที่ 1 กค. หลังจากตรวจครรภ์เสร็จ มีแวะไปซื้อเบาะกับผ้าปูกันน้ำมาให้เจ้าหนูได้นอนกลิ้ง ๆ ข้างล่าง
เบาะราคา 1,382 เยน
ผ้าปูกันน้ำ 1,299 เยน



น่าจะเตรียมครบหมดแล้วจริง ๆ แล้วเนอะ ^^






วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Birth Plan ที่โรงพยาบาลให้มากรอก

ตอนที่ตรวจครรภ์ครั้งที่ 4 (อายุครรภ์ 16 สัปดาห์) ทางโรงพยาบาลก็จะให้เอกสารมา ในนั้นก็จะมี
- คู่มือแนะนำการคลอดที่โรงพยาบาล
http://jipathajapan.blogspot.jp/2014/03/blog-post_27.html

- เอกสารสำหรับคนค้ำประกัน (คนค้ำจะเป็นสามีไม่ได้ แต่ถ้าพ่อสามีได้ ก็เลยให้คุณพ่อคุณซูเป็นคนค้ำให้ แล้วก็ยื่นส่งภายในอายุครรภ์เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้วหล่ะ T T)

- Birth Plan

เนื้อหาใน Birth Plan จะถามเราว่า

จะเลือกวิธีการคลอดแบบไหน

1. ตั้งใจคลอดเองธรรมชาติ (ซึ่งกรณีนี้คุณแม่และลูกต้องไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด)
     #ถ้าจะคลอดเองแบบธรรมชาติโดยใช้ยาชาด้วยจะทำได้แค่ในช่วงเวลาทำงานของวันธรรมดาเท่านั้น

2. คลอดแบบกำหนดวัน (ให้เลือกระหว่าง 2.1 กับ 2.2)
   2.1 ต้องการคลอดเองแบบใช้ยา (ยกเว้นตอนกลางคืน และวันนักขัตฤกษ์) และต้องมีหนังสือยินยอม
[ปล. ยาที่ว่านี้เราว่าน่าจะหมายถึงยาเร่งคลอดกับยาชานะ]
   2.2 ไม่ต้องการคลอดเองแบบใช้ยาชา [เราก็คิดว่าไม่ใช้ยาชาแต่อาจจะใช้ยาเร่งคลอด]

3.  ให้สามีเข้าไปในห้องคลอดด้วย (ให้เลือกระหว่าง 3.1 กับ 3.2)
    3.1 ต้องการ (ตามกฏแล้ว จะสามารถให้สามีเข้าไปในห้องคลอดได้ในช่วงเวลาทำงานของวันธรรมดา และวันเสาร์ เท่านั้น)
    3.2 ไม่ต้องการ

หลังจากที่คลอดแล้ว
 โดยปกติห้องแม่กับห้องลูกจะแยกห้องกัน ในระหว่างวันสามารถบอกให้สต๊าฟพาลูกมาที่ห้องได้ และถ้าน้ำนมแม่ยังไม่มี ทางโรงพยาบาลจะให้สารอาหารผสมด้วย  ถ้าต้องการทราบวิธีทำสารอาหารที่ว่า สามารถระบุความต้องการได้

หลังจากที่คลอดแล้ว ต้องการห้องแบบไหน
1. ห้องส่วนต้วของแผนกสูติกรรม
2. ห้องส่วนตัวตึกใหม่ (5 วัน +เพิ่ม 5,000 เยน)
3. ห้องพิเศษตึกใหม่ (มีห้องอาบน้ำในตัว) (+เพิ่ม คืนละ 15,000 เยน)
          (หลังจากที่กรอกเสร็จแล้วและได้ยื่นเรียบร้อยแล้ว เฉพาะสามีสามารถพักได้คืนละ 10,000 เยน)

ให้ยื่น Birth Plan นี้ในช่วงอายุครรภ์ 28 - 36 สัปดาห์

----------------------------------------------------
เราก็ลองเอาใบนี้ปรึกษาคุณหมอว่าในกรณีของเราสามารถคลอดเองแบบธรรมชาติได้หรือเปล่า  คุณหมอก็บอกว่าส่วนใหญ่คนที่มาฝากครรภ์ที่นี่จะคลอดเอง ที่โรงพยาบาลนี้จะไม่เน้นการใช้ยา นอกเสียจากว่ามีกรณีพิเศษที่จำเป็นต้องใช้ ก็จะต้องให้สามีเซ็นรับรองก่อน
ที่นี่นี่เน้นธรรมชาติสุด ๆ
เราก็เลยเลือกข้อ 1 (คลอดเองแบบธรรมชาติ) , ข้อ 3.1 (ต้องการให้สามีเข้าไปด้วย ดังนั้นคุณซูก็ต้องอบรมคอร์สที่สามีเข้าไปในห้องคลอดด้วยว่าจะต้องทำยังไงบ้าง ก็ขอให้คลอดวันธรรมดาหรือวันเสาร์ในเวลาทำงานเถิดนะเพี้ยง เพราะถ้าไม่ใช่วันเวลาที่ว่าสามีก็เข้าไปไม่ได้ถึงเราจะระบุว่าต้องการก็เถอะ)
แล้วก็เลือกห้องแบบที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม (ขอประหยัดส่วนนี้ไปใช้ส่วนอื่นดีกว่า)





 



ได้เวลาซักเสื้อผ้าของเจ้าหนู + รื้อของที่ซื้อมาออกมาดู

วันนี้อากาศดีหลังจากที่ฝนตกมาหลายวัน ก็เลยรีบซักเสื้อผ้า ผ้าอ้อมของเจ้าหนูก่อนดีกว่า เพราะเดี๋ยวฝนมาอีกไม่ได้ซักกันพอดี
ส่วนใหญ่มีแต่ผ้าอ้อมแหะ เสื้อผ้ามีแค่ 13 ตัวเอง 555 คงไม่น้อยไปเนอะ
อีกล็อตนึง (พวกผ้าขนหนู) กะว่าจะซักพรุ่งนี้ เพราะวันนี้ไม่มีที่แขวนแล้ว *-*



แล้วก็เลยมาดู ๆ ของที่ซื้อมาว่าหน้าตาเป็นยังไง
อย่างแผ่นซับน้ำนม เป็นแบบนี้นี่เอง


สำลีทำความสะอาด อย่างเช็ดรอบปากของเด็ก เช็ดทำความสะอาดเต้านมก่อนให้นม เป็นต้น ใส่ซองอลูมิเนียมให้เรียบร้อย ข้างในซองเหมือนจะมี 2 แผ่น ทั้งหมดกล่องนี้มี 100 ซอง


แล้วก็เป้อุ้มเด็ก สายยั้วเยี้ยเต็มไปหมด คงต้องดูคู่มือประกอบว่าใช้ยังไง เห็นคนอื่นใช้ดูง่าย ๆ แต่ไม่รู้ว่าพอเราใช้เองจะง่ายอย่างงั้นหรือเปล่า


รื้อของออกมาก็ดีเหมือนกัน จะได้รู้ว่าต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมบ้าง แต่ส่วนใหญ่คงเป็นของจุกจิก อย่างเช่น กล่องใส่คัตเติ้ลบัต + ใส่กรรไกร คล้าย ๆ กล่องใส่อุปกรณ์  กล่องที่ใส่พวกของใช้สำหรับอาบน้ำ กระเป๋าพกพาสำหรับใส่พวกแผ่นซับน้ำนม สำลี อะไรประมาณนี้ ของพวกนี้แวะร้าน 100 เยนเลย ^ 0 ^


วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตรวจครรภ์ครั้งที่ 11 ที่โรงพยาบาลญี่ปุ่น (อายุครรภ์ 35 สัปดาห์)

วันนี้ไปโรงพยาบาลมีนัดตรวจครรภ์ครั้งที่ 11 (อายุครรภ์ 35 สัปดาห์) ครั้งนี้คุณซูก็ไม่ได้ไปด้วยเพราะติดงาน ไปถึงโรงพยาบาลก็ยื่นบัตรนัด บัตรคนไข้ สมุดสุขภาพแม่และเด็ก สมุดช่วยค่าตรวจ บัตรประกันสุขภาพ จากนั้นก็ไปวัดความดัน แล้วก็ไปเก็บปัสสาวะ ความดันที่วัดได้อยู่ที่ 104/67 เพิ่มจากครั้งที่แล้วนิดหน่อย จากนั้นก็นั่งรอเรียก พอเจ้าหน้าที่เรียกแล้วก็เข้าห้องตรวจ ชั่งน้ำหนักอยู่ที่ 69.0 (ครั้งที่แล้ว  68.5)

จากนั้นคุณหมอวัดช่วงท้องให้พยาบาลจดที่สมุด แล้วก็จับที่ขาเราแล้วก็พูดว่า Puramai แล้วก็มาซาวด์ดูหน้าจอ ครั้งนี้คุณหมอก็ให้ดูส่วนหัว วัดความกว้าง ยาว ให้ดูช่วงท้อง ดูช่วงขาให้ดูบริเวณที่เป็นส่วนกระดูกของต้นขา ทุกอย่างปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร แล้วก็ให้ฟังเสียงหัวใจเต้น น้ำหนักของเจ้าหนูในวันนี้อยู่ที่ 2,500 กรัมกว่า ๆ  มีแว็บนึงที่ระหว่างดูหน้าจอ รู้สึกว่าเราจะเห็นหน้าของเจ้าหนู หน้าไปทางพ่อนะ ก็น่ารักดี (ลูกใครใครก็ต้องชมว่าน่ารักทุกคนอ่ะเนอะ ^^) 

เครื่องซาวด์ของที่นี่น่าจะไม่เหมือนของที่ไทย เพราะอย่างของน้องสะใภ้หรือคนที่รู้จักที่เขาโพสต์รูปที่ซาวด์ ก็จะเห็นโครงหน้าแล้วว่าคล้ายใครหรือหน้าตาเป็นยังไง แต่ของเราจะเห็นแค่ว่าเป็นส่วนหัวนะ ส่วนท้องนะ ตรงนี้ตา ตรงนี้อวัยวะภายใน ประมาณนี้อ่ะ คงต้องรอลุ้นวันคลอดว่าหน้าตาเจ้าหนูเป็นยังไง (ตื่นเต้น ๆ ^0^)

คุณหมอบอกว่าเด็กยังไม่กลับหัวลง ให้เราพยายามขยับตัว หรือเคลื่อนไหวให้เยอะขึ้น 

ก็เป็นอันเสร็จการตรวจซาวด์ในครั้งนี้ จากนั้นก็มาคุยกับคุณหมอ เราบอกอาการคุณหมอว่าตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา จะรู้สึกปวดบริเวณท้องด้านล่าง คุณหมอก็บอกว่าอาจจะเป็นเพราะท่านั่งของเราที่นั่งหลังไม่ตรง เลยทำให้ปวดบริเวณนั้นได้ 

แล้วคุณหมอก็บอกว่า แต่ว่าถ้ามีอาการเจ็บท้องเตือนในช่วงนี้ + กับอายุครรภ์ 35 สัปดาห์ไปแล้ว + กับน้ำหนักของทารกในครรภ์ก็เกิน 2,500 กรัม การคลอดในช่วงนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร 

เราฟังแบบนี้รู้สึกตกใจ เพราะยังไม่ได้เตรียมอะไร ๆ ให้เรียบร้อยเลย กลับไปบ้านคงต้องรีบเตรียมซะแล้ว อย่างซักผ้าของลูกเอย  แต่ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลยรอวันแดดเปรี้ยง ๆ จะรีบจัดการเลย

ส่วนเรื่องน้ำหนักของเราขึ้นมาจากก่อนท้อง 13 โล คุณหมอให้รักษาให้อยู่ที่ตัวเลขนี้ตลอดจนกว่าจะคลอด เพราะถ้าเกินเยอะ ๆ จะทำให้คลอดยากขึ้น (ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า เพราะกินเก่งขึ้นซะด้วยสิ)

พอพูดคุยกับคุณหมอเสร็จก็ไปตรวจภายในดูว่าเจ้าเชื้อ GBS ที่ตรวจไปเมื่อครั้งที่ 9 หลังจากที่ทานยาไปเจ้าเชื้อนี้หมดไปหรือยัง ผลน่าจะรู้สัปดาห์หน้า  

นัดครั้งต่อไปก็อีก 1 สัปดาห์ (เริ่มนัดถี่ขึ้นแล้ว)

ค่าตรวจในครั้งนี้ 2,920 เยน

อาการในช่วงนี้ :

- ตกขาวมาเยอะขึ้น

- เป็นตระคริวครั้งนึงตอนตื่นนอนที่ขาขวา ไม่รู้ว่าเพราะวันนั้นอาการเย็นแล้วเราไม่ได้ใส่ถุงเท้านอนหรือเปล่า  ปวดสุด ๆ แล้วทั้งวันนั้นก็ยังคงรู้สึกว่าปวดนิด ๆ ตลอดทั้งวัน

- ค่าสายตารู้สึกว่าสั้นลง 

- ท้องเริ่มตึง ๆ ปวดหน่วง ๆ 

- ท้องเริ่มผูกทั้ง ๆ ที่กินผักทุกวัน

- ตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกทุกวันเลย  

- เจ้าหนูดิ้นแรงขึ้น โดยเฉพาะหลังกินข้าว บางทีดิ้นจนทำเราจุกก็มี 555

 

อ้อ!!!แล้วในวันนี้เรายื่นกระดาษที่เคยได้รับจากโรงพยาบาลเกี่ยวกับเรื่อง Birth Plan ให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย  

Birth Plan ที่ว่านี้คืออะไร คงต้องขอเขียนไว้ที่อีกบทความนึงซะแล้ว เพราะบทความนี้ก็ค่อนข้างยาวหล่ะ 


 

 

 

 



วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทางเลือกใหม่ของผงซักฟอกญี่ปุ่น

ปกติผงซักฟอกที่ใช้ ๆ กันอยู่ก็จะเป็นแบบผง หรือไม่ก็แบบของเหลว แต่เมื่อไม่นานมานี้ที่ญี่ปุ่นมีผงซักฟอกที่เป็นทางเลือกใหม่มาโฆษณาให้ได้ลองใช้กัน เราก็กะว่าหมดจากที่ใช้อยู่ครั้งนี้ก็จะลองซื้อมาใช้ดู เพราะมันจะเป็นก้อน ๆ ใส่เข้าไปทั้งก้อนแบบนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้าแบบฝาบน หรือว่าแบบฝาหน้าก็ใส่ไปทั้งก้อนแล้วก็ตามด้วยเสื้อผ้าที่เราจะซัก  หน้าตากับยี่ห้อก็ตามรูปนี้เลย
เห็นเขียนไว้ด้วยว่าสามารถกำจัดกลิ่นได้ถึง 2 เท่า ก็พอดีเลยช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นเข้าหน้าฝนแล้ว ส่วนใหญ่จะตากผ้าในบ้าน จะได้ไม่มีกลิ่นอับชื้น




ขอบคุณรูปจาก Google