เราจะรู้ได้ยังไงว่าลูกของเรา #เข้าข่ายเป็นออทิสติก หรือเปล่า
(จะรู้ว่าเป็นหรือไม่ สุดท้ายแล้วต้องให้คุณหมอเป็นผู้ประเมิน)
ช่วงเข้าอนุบาล ก่อนขึ้นประถม
ก่อน 4 ขวบ ก็เริ่มเข้าอนุบาล เริ่มไปอนุบาล ที่ห้องหนึ่งจะมีเพื่อนรุ่นเดียวกันเยอะขึ้น ประมาณ 20 – 30 คนต่อห้อง ยิ่งทำให้รู้เลยว่าลูกเราพัฒนาการช้ากว่าเด็กรุ่นเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด เช่น
-การปีนป่าย ที่อนุบาลจะมีชั่วโมงพละ ให้เด็ก ๆ ได้วิ่งกระโดดปีนสิ่งกีดขวาง เด็กคนอื่น ก็จะทำได้ ในขณะที่ลูกของเราต้องให้คุณครูช่วยให้ปีนได้ ท่าม้วนหน้าตอนนั้นก็ทำไม่เป็น ต้องให้คุณครูช่วย
ประมาณว่าการออกกำลังกายที่ต้องใช้การทรงตัว เช่นนั่งชันเข่า ยืนขาเดียว จะไม่สามารถทำได้
-การจับดินสอ เขียนได้ แต่เขียนไม่อยู่ในกรอบ ไม่อยู่ในเส้น ระบายสีก็ไม่สามารถระบายอยู่ในเส้นได้ จะระบายนอกกรอบตลอด วาดรูปไม่เป็น ปั้นดินน้ำไม่เป็น พับกระดาษไม่เป็น
-การจับช้อน ตะเกียบทานข้าว พอได้ แต่ไม่ถนัด ตอนนั้นจะจับช้อนแป๊ปเดียว ที่เหลือจะใช้มือทานข้าวซะมากกว่า
-การพับกระดาษ หรืองานประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่คุณครูให้ทำ เพือนคนอื่นจะทำกันเองได้ หรือถ้าจะให้ครูช่วยก็จะช่วยนิดเดียว สำหรับลูกเราคือต้องช่วยตั้นแต่ต้นจนจบ
-แต่ในเรื่องของความจำ ความจำดีมาก จำชื่อเพื่อน ชื่อครูได้หมดทุกคน (ตอนนั้นสามารถอ่าน Hiragana ได้แล้ว เพราะที่บ้านฝึกให้เขาอ่าน)
-ในส่วนของการช่วยเหลือตัวเอง การเข้าห้องน้ำ ทำได้ เพราะที่บ้านมีฝึกให้เขา เขาก็เลยไม่มีปัญหาตรงนี้
-การเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่รองเท้า ถุงเท้า การติดกระดุมทำได้ เพราะที่บ้านฝึกเขาก่อนเข้าอนุบาล แต่จะไม่คล่องเท่าไหร่ จะช้ากว่าเพื่อน
-เริ่มไม่ชอบเสียงดัง เวลาเด็ก ๆ พูดพร้อมกัน เสียงเด็ก ๆ จะดังมาก ๆ เขาก็จะวิ่งออกไปนอกห้อง รอเพื่อน ๆ ทักทายคุณครูเสร็จก็กลับเข้าไปในห้อง มีความไวต่อเสียงมากกว่าเด็กคนอื่น ๆ
-ปัญหาเรื่องการกลัวพัดลม ก็ยังมีอยู่ แต่เริ่มอยุ่กับพัดลมได้ แต่ก็จะมองพัดลมอยู่เป็นระยะ ๆ
-นั่งชิงช้าในสนามเด็กเล่นเองไม่เป็น ต้องให้เราจับแล้วก็ผลักให้
☆ไม่แน่ใจว่าก่อนเข้าอนุบาล หรือเข้าอนุบาลไปแล้ว จากปัญหาเรื่องที่เขาพูดช้า กลัวพัดลม ก็เลยเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาทางอำเภอที่เขาดูแลเรื่องเด็กเล็ก ก็เลยเป็นที่มาของการให้ผู้เชี่ยวชาญมาทดสอบ สรุปว่าเป็น #ออทิสติกแบบสเปคตรัม เกรย์โซน แล้วก็เป็นที่มาของการได้รับการเข้าไปฝึกเรื่องพัฒนาการอย่าง OT (เน้นการออกกำลัง การฝึกกล้ามเนื้อ)
ส่วน ST(เน้นเรื่องการฝึกพูด)ครูสอนคิวค่อนข้างเต็ม กว่าจะได้ส่วน ST ก็ขึ้นอนุบาล 3 เข้าไปแล้ว เท่ากับ ST พาไปฝึกได้ไม่ถึงปี
ก่อนเข้าประถม (ก่อน 6 ขวบ) ทางญี่ปุ่นยังไม่ให้ยาในการรักษา ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร พอจะขึ้นป.1 จากที่เคยพาไปฝึกพัฒนาการ ก็ไม่สามารถพาไปฝึกได้แล้ว เขาออกเอกสารใบรับรอง (จม. แนะนำ) ให้ไปยื่นรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งรอคิวนาน 3-6 เดือน (ณ ตอนนั้น) เห็นว่าตอนนี้รอเป็นปี เพราะเด็กที่เป็นเริ่มมีมากขึ้น ตั้งแต่ขึ้น ป.1 ก็เลยเริ่มการทานยา













